วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สัปดาห์ 16/07/52 ฮาร์ดดิสก์


ถือเป็นสื่อในการเก็บข้อมูลหลักของคอมพิวเตอร์ ภายในมีแผ่นเหล็กกลมแบนมาซ้อนทับกันเป็นจำนวนหลายแผ่นยึดติดกับมอเตอร์ที่หมุนด้วยความเร็วหลายพันรอบต่อนาที โดยมีแขนเล็กๆยื่นออกมา ตรงปลายแขนจะมีหัวอ่านใช้สำหรับอ่านและเขียนข้อมูลบนจานแม่เหล็กโดยหลักการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กที่หัวอ่าน ขนาดของจานแม่เหล็กของฮาร์ดดิสก์สำหรับเครื่องพีซีตั้งโต๊ะ(Desktop)จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่3.5นิ้ว ส่วนของเครื่องโน๊ตบุ๊คจะมีขนาด2.5นิ้ว


ส่วนประกอบของฮาร์ดดิสก์

1.หัวต่อ IDE/SATA Data เป็นหัวต่อสำหรับสายนำข้อมูลเข้า (Data) โดยหัวต่อแบบ IDE มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบนๆมีขา40ขา(20แถว2ขา) ส่วนหัวต่อแบบ Serial ATA (SATA) จะมีขาเพียง7ขา(หน้าสัมผัส) และหัวต่อแบบSCSIที่นิยมใช้กับเครื่องเซิฟเวอร์ในองค์กรก็จะมีหัวต่อที่แตกต่างกัน เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใช้เสียบผิด


2.หัวต่อ Power/SATA Power คือ หัวต่อสำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าไปให้ฮาร์ดดิสก์ โดยแบบIDEจะใช้หัวต่อแบบเดียวกับหัวต่อแหล่งจ่ายไฟที่ใช้กันทั่วไป ในขณะที่ฮาร์ดดิสก์แบบSerial ATAจะใช้หัวต่อแบบ15ขา(หน้าสัมผัส) โดยจะจ่ายไฟที่ระดับ 3.3V เพิ่มขึ้นมาจากปกติที่มีเพียง 5V และ 12V


3.จัมเปอร์ (Jumper) ใช้กับฮาร์ดดิสก์แบบ IDE เท่านั้น เนื่องจากการเชื่อมต่อแบบ IDE สายแพเส้นเดียวจะสามารถติดตั้งฮาร์ดดิสได้2ตัวพร้อมกัน ดังนั้น จัมเปอร์จึงใช้เป็นตัวตั้งค่าให้ฮาร์ดดิสก์เป็นตัวหลัก (Master) หรือตัวรอง (Slave)


4.ชิพควบคุม ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานและการรับ/ส่งข้อมูลของฮาร์ดดิสก์ มีลักษณะเป็นแผงวงจรติดตั้งอยู่บนตัวฮาร์ดดิส
ระบบฮาร์ดดิสค์แตกต่างกับแผ่นดิสเกตต์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีจำนวนหน้าสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลมากกว่าสองหน้า นอกจากระบบฮาร์ดดิสค์จะเก็บบันทึกข้อมูลเหมือนแผ่นดิสเกตต์ยังเป็นส่วนที่ใช้ในการอ่านหรือเขียนบันทึกข้อมูลเหมือนช่องดิสค์ไดรฟ์แผ่นจานแม่เหล็กของฮาร์ดดิสค์ จะมีความหนาแน่นของการจุข้อมูลบนผิวหน้าได้สูงกว่าแผ่นดิสเกตต์มาก เช่น แผ่นดิสเกตต์มาตราฐานขนาด 5.25 นิ้ว ความจุ 360 กิโลไบต์ จะมีจำนวนวงรอบบันทึกข้อมูลหรือเรียกว่า แทร็ก(track) อยู่ 40 แทร็ก กรณีของฮาร์ดดิสค์ขนาดเดียวกันจะมีจำนวนวงรอบสูงมากกว่า 1000 แทร็กขึ้นไป ขณะเดียวกันความจุในแต่ละแทร็กของฮาร์ดดิสค์ก็จะสูงกว่า ซึ่งประมาณได้ถึง 5 เท่าของความจุในแต่ละแทร็กของแผ่นดิสเกตต์เนื่องจากความหนาแน่นของการบันทึกข้อมูลบนผิวแผ่นจานแม่เหล็กของฮาร์ดดิสค์สูงมาก ๆ ทำให้หัวอ่านและเขียนบันทึกมีขนาดเล็ก ตำแหน่งของหัวอ่านและเขียนบันทึกก็ต้องอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ชิดกับผิวหน้าจานมาก โอกาสที่ผิวหน้าและหัวอ่านเขียนอาจกระทบกันได้ ดังนั้นแผ่นจานแม่เหล็กจึงควรเป็นแผ่นอะลูมิเนียมแข็ง แล้วฉาบด้วยสารแม่เหล็ก ฮาร์ดดิสค์จะบรรจุอยู่ในกล่องโลหะปิดสนิท เพื่อป้องสิ่งสกปรกหลุดเข้าไปภายใน ซึ่งถ้าต้องการเปิดออกจะต้องเปิดในห้องเรียก clean room ที่มีการกรองฝุ่นละออกจากอากาศเข้าไปในห้องออกแล้ว ฮาร์ดดิสค์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันเป็นแบบติดภายในเครื่องไม่เคลื่อนย้ายเหมือนแผ่นดิสเกตต์ ดิสค์ประเภทนี้อาจเรียกว่า ดิสค์วินเชสเตอร์(Winchester Disk)

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

north bridge&south bridge ณ สัปดาห์ที่ 9


โครงสร้างการทำงานของชิปเซ็ต
North Bridge , South Bridge



North bridge
เป็นชิพที่มีหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ด้านความเร็วสูงทั้งหมดในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบไปด้วย CPU ,RAM , VGA ทั้งโครงสร้างของ PC และ Notebook ก็มีหลักการเหมือนกันครับ
South bridge
เป็นชิพที่มีหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ที่มีความเร็วต่ำกว่าทางอุปกรณ์ด้าน North bridge ซึ่งได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ และตำแหน่งเชื่อมต่อต่างๆ ที่มีใช้อยู่จะขึ้นตรงกับ South bridge ทั้งหมด โดยจะมีชิพคอนโทรลอุปกรณ์นั้นๆ ดูแลอีกทอดหนึ่ง

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สัปดาห์ที่ 8 อธิบายอาการเสียของอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์และการแก้ไข

CD-Rom
อาการเสียและการแก้ไข

อ่านแผ่นไม่ได้ บางทีก็อ่านได้ ปัญหานี้มาจากตัว cd-rom ผ่านการใช้งานมา 1 ปี ทำให้หัวอ่านสกปรกส่วนใหญ่มาจากฝุ่นที่เกาะมากับแผ่นซีดี การแก้ไขคือทำความสะอาดหัวอ่าน ที่หาซื้อได้ตามร้านคอมพิวเตอร์ทั่วไป

ปัญหาการเล่น cd audio แล้ว windows media หรือ cd player แสดง pop up "please insert an audio" หรือ "Data or no disk loaded"อาจมีสาเหตุมาจากไดร์เวอร์ วิธีแก้ คือ เข้า start>Control Panel>sound&audio Devices>Hardware ดับเบิ้ลคลิกที่ Media Control Devices และ CD Audio Devices เลือก propertiesและ Remove ออกแล้ว Reboot เครื่องใหม่

สาเหตุที่ cd-rom เล่นแผ่นจนแตกลาย เนื่องจากใช้ cd คุณภาพต่ำประกอบกับความเร็วในอ่านสูงมาก ทำให้แผ่นเกิดความเสียหายดังกล่าว การแก้ปัญหาคือ ใช้แผ่น cd ที่มีคุณภาพสูง

ไม่เจอไดร์ E: สาเหตุเกิดจากสายแพของไดร์ บริเวณหัวสายมีสนิมอยู่หรือไม่ หรือหลวมไม่แน่น ให้ลองขยับหรือเปลี่ยนสายแพใหม่

cd-rom กดแผ่นไม่เด้งออกไม่มีไฟกระพริบ เงียบไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ สาเหตุมาจากไม่มีไฟฟ้ามาหล่อเลี้ยงทำให้ cd-rom ไม่ทำงาน การแก้ไข ดูที่สาย Power ว่าต่อสนิทหรือขาดหรือไม่

สัปดาห์ที่ 7 สอบทำ blog

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

พันธุ์ข้าวต่างๆของไทย



แบ่งตามประเภทของเนื้อแข็งในเมล็ดข้าวสาร

แบ่งได้เป็นข้าวเจ้าและข้าวเหนียว ซึ่งมีต้นและลักษณะอย่างอื่นเหมือนกันทุกอย่าง แตกต่างกันที่ประเภทของเนื้อแข็งในเมล็ด เมล็ดข้าวเจ้าประกอบด้วยแป้งอมิโลส (Amylose) ประมาณร้อยละ 15-30 ส่วนเมล็ดข้าวเหนียวประกอบด้วยแป้งอมิโลเพคติน (Amylopectin) เป็นส่วนใหญ่และมีแป้งอมิโลสเพียงเล็กน้อยประมาณร้อยละ 5-7 เท่านั้น


แบ่งตามสภาพพื้นที่เพาะปลูก

ข้าวไร่ (Upland rice) เป็นข้าวที่ปลูกได้ทั้งบนที่ราบและที่ลาดชันไม่ต้องทำคันนาเก็บกักน้ำ นิยมปลูกกันมากใบบริเวณที่ราบสูงตามไหล่เขาทางภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ คิดเป็นเนื้อที่เพาะปลูกประมาณร้อยละ 10 ของเนื้อที่เพาะปลูกทั่วประเทศ


ข้าวนาสวนหรือนาดำ (Lowland rice) เป็นข้าวที่ปลูกในที่ลุ่มทั่ว ๆ ไปในสภาพที่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวตั้งแต่ปลูกจนกระทั่งก่อนเก็บเกี่ยว โดยที่สามารถรักษษระดับน้ำได้และระดับน้ำต้องไม่สูงเกิน 1 เมตร ข้าวนาสวนนิยมปลูกกันมากแทบทุกภาคของประเทศคิดเป็นเนื้อที่เพาะปลูก ประมาณร้อยละ 80 ของเนื้อที่เพาะปลูกทั่วประเทศ


ข้าวขึ้นน้ำหรือข้าวนาเมือง (Floating rice) เป็นข้าวที่ปลูกในแหล่งที่ไม่สามารถรักษาระดับน้ำได้ บางครั้งระดับน้ำในบริเวณที่ปลูกอาจสูงกว่า 1 เมตร ต้องใช้ข้าวพันธุ์พิเศษที่เรียกว่า ข้าวลอย หรือ ข้าวฟ่างลอย ส่วนมากปลูกแถบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี พิจิตร อ่างทอง ชัยนาทและสิงห์บุรี คิดเป็นเนื้อที่เพาะปลูกประมาณร้อยละ 10 ของเนื้อที่เพาะปลูกทั่วประเทศ


แบ่งตามอายุการเก็บเกี่ยว

แบ่งเป็นข้าวเบา ข้าวกลางและข้าวหนัก ข้าวเบามีอายุการเก็บเกี่ยว 90-100 วัน ข้าวกลางมีอายุการเก็บเกี่ยว 100-120 วัน และข้าวหนักมีอายุการเก็บเกี่ยว 120 วันขึ้นไป อายุการเก็บเกี่ยวนับแต่วันเพาะกล้าหรือหว่านข้าวในนาจนเก็บเกี่ยว


แบ่งตามลักษณะความไวต่อช่วงแสง

ข้าวที่ไวต่อช่วงแสงจะมีอายุการเก็บเกี่ยวที่ไม่แน่นอน คือไม่เป็นไปตามอายุของต้นข้าว เพราะจะออกดอกในช่วงเดือนที่มีความยาวของกลางวันสั้นกว่ากลางคืน ในประเทศไทยช่วงดังกล่าวเริ่มเดือนตุลาคม ฉะนั้นข้าวพวกนี้ต้องปลูกในฤดูนาปี (ฤดูฝน) เท่านั้น ส่วนข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสงสามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล ข้าวขาวมะลิ 105 เป็นข้าวที่ไวต่อช่วงแสง ในขณะที่ข้าวปทุมธานี เป็นข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง


แบ่งตามรูปร่างของเมล็ดข้าวสาร

ข้าวเมล็ดสั้น (Short grain) ความยาวของเมล็ดไม่เกิน 5.50 มิลลิเมตรข้าวเมล็ดยาวปานกลาง (Medium grain) ความยาวของเมล็ดตั้งแต่ 5.51-6.60 มิลลิเมตร

ข้าวเมล็ดยาว (Long grain) ความยาวของเมล็ดตั้งแต่ 6.61-7.50 มิลลิเมตร

ข้าวเมล็ดยาวมาก (Extra-long grain) ความยาวของเมล็ดตั้งแต่ 7.51 มิลลิเมตรขึ้นไป


แบ่งตามฤดูปลูก

ข้าวนาปีหรือข้าวนาน้ำฝน คือ ข้าวที่ปลูกในฤดูการทำนาปกติ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมและเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นล่าสุดไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์

ข้าวนาปรัง คือ ข้าวที่ปลูกนอกฤดูการทำนาปกติ เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ในบางท้องที่จะเก็บเกี่ยวอย่างช้าที่สุดไม่เกินเดือนเมษายน นิยมปลูกในท้องที่ที่มีการชลประทานดี เช่น ในภาคกลาง





วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เรื่องของเมาส์

เมาส์คืออะไร
อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับชี้พิกัดบนหน้าจอว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์ต้องการเลือกทำงานบนตำแหน่งใดๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ตัวนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ คอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น (สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ 2549)
เมาส์ (mouse) คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมการใช้งานในคอมพิวเตอร์ชิ้นหนึ่ง ซึ่งออกแบบเพื่อให้พอดีกับการใช้งานโดยส่วนโค้งและส่วนเว้าโค้งเข้าตามกับอุ้งมือของผู้ใช้ โดยภายด้านใต้ของเมาส์จะมีอุปกรณ์ซึ่งตรวจจับการเคลื่อนไหวของเมาส์ โดยส่งสัญญาณไปที่คอมพิวเตอร์เพื่อแสดงผลของเคอร์เซอร์ (cursor) บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เมาส์ได้ชื่อมาจากรูปร่างของตัวมันเอง และสายไฟ ซึ่งมีลักษณะคล้ายหนูและหางหนู และขณะเดียวกันการเคลื่อนที่ของเคอร์เซอร์ (cursor) บนหน้าจอมีลักษณะการเคลื่อนที่ไม่มีทิศทางเหมือนการเคลื่อนที่ของหนู (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี 2549)
เมาส์ (Mouse) หรือ "หนูอิเล็กทรอนิกส์" เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะ
คล้ายหนู มีสายต่ออยู่ที่ปลายลักษณะเดียวกับหางหนู เมาส์จะช่วยในการบ่งชี้ตำแหน่งว่าขณะนี้กำลังอยู่ ณ จุดใดบนจอภาพ เรียกว่า ตัวชี้ตำแหน่ง (Pointer) ซึ่งอาศัยการเลื่อนเมาส์ แทนการกดปุ่มบังคับทิศทางบนคีย์บอร์ด (keyboard) (ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ 2549)
เมาส์ เป็นอุปกรณ์พื้นฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญ นำเข้าข้อมูลโดยการเลื่อนเมาส์เพื่อบังคับตัวชี้ไปยังตำแหน่งต่าง ๆ บนหน้าจอและทำการคลิก (click) หรือ ดับเบิลคลิก (double click)


การทำงานของเมาส์
ส่วนประกอบภายใจของเมาส์โดยทั่วไปจะเป็นลูกบอลยางทรงกลม ซึ่งทำมาจากลูกเหล็กและหุ้มยางเอาไว้ เพื่อให้ลูกบอลยางมีน้ำหนักและติดหนึบกับแผ่นรองเมาส์ นอกจากนั้นยังมีลูกกลิ้งทรงกระบอก 2 อัน วางตัวในแนวตั้งฉากกัน สำหรับใช้ในการระบุทิศทางและตำแหน่งการเคลื่อนที่ในแนว ซ้าย-ขวา บน-ล่าง (แกน X , Y) ที่ปลายของลูกกลิ้งทั้งสองจะมีแผ่นพลาสติกสีดำลักษณะเป็นแผ่นวงกลมแบนบางเจาะช่องสี่เหลี่ยมหลายช่องตามแนวรัศมีของวงกลมและมีอุปกรณ์ตรวจจับแสง (photo detector) ติดกับอุปกรณ์ตรวจจับแสงจะประกอบด้วย LED จะมีสวิตซ์ของปุ่มคลิกเมาส์และแผงวงจรควบคุมไมโครคอนโทรเลอร์(Micro controller) ซึ่งจะทำหน้าที่รับสัญญาณจากสวิตซ์และอุปกรณ์รับแสงเพื่อแปลงเป็นสัญญาณข้อมูลสำหรับอินเทอร์เฟส (Interface) กับคอมพิวเตอร์
การทำงานของเมาส์ คือ การเลื่อนเมาส์ ลูกบอลยางก็จะหมุนกลิ้งไปตามทิศทางของเมาส์ที่เลื่อนไปซึ่งการหมุนของลูกบอลยางจะมีผลให้ลูกกลิ้งหมุนตามได้ด้วยในแนวแกน (X , Y) ซึ่งการหมุนของลูกกลิ้งก็จะส่งผลให้แผ่นพลาสติกกลมที่ปลายหมุนตามไปด้วยเช่นกัน การหมุนของแผ่นพลาสติกทำให้แสงจาก LED ที่อุปกรณ์รับแสงได้รับแตกต่างกันไปตามมุมองศาของการหมุนตัวรับแสงก็จะส่งสัญญาณที่แตกต่างกันไปให้กับไมโครคอนโทรลเลอร์ (Micro controller) ทำให้รู้ได้ว่าขณะนี้มีการเคลื่อนตำแหน่งของเมาส์ไปในทิศทางและระยะทางเท่าใด(สหัสญา บุญสวัสดิ์ 2543 : 68-69)
เมาส์ประกอบด้วย ลูกกลิ้งที่ติดตั้งอยู่ด้านล่าง และมีปุ่มกดควบคุม (ตั้งแต่ 1 - 3 ปุ่ม) การใช้เมาส์จะนำเมาส์วางไว้บนพื้นราบ และเลื่อนเมาส์ไปในทิศทางที่ต้องการ บนจอภาพจะปรากฏ สัญลักษณ์ชี้ตำแหน่ง เรียกว่า "Mouse Pointer" (มักจะเป็นรูปลูกศรเฉียงซ้าย) เมื่อต้องการจะทำงานใดๆ ก็ทำการกดปุ่มเมาส์ ตามหลักการใช้เมาส์ คอมพิวเตอร์จะรับสัญญาณ และทำการประมวลผลต่อไป (keyboard) (ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ 2549)



วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี(2549)ได้สรุปลักษณะการทำงานของเมาส์ได้ดังนี้
1. เมื่อเคลื่อนเมาส์ ลูกบอลด้านล่างจะหมุน
2. จานหมุนสองแนว จับการเคลื่อนไหวของลูกบอล
3. เมื่อจานหมุนทำการหมุน รูบริเวณขอบจานหมุนหมุนตาม
4. แสงอินฟราเรดส่งผ่านรูจานหมุน
5. เซนเซอร์อ่านค่า และส่งเป็นค่าของความเร็วการเคลื่อนไหวในแนวแกน X และแกน Y

เทคโนโลยีของเมาส์
1. Mechanical mice
การทำงาน เมาส์ลูกกลิ้งจะมีกลไกภายในอันประกอบด้วยลูกบอลยางที่กลิ้งไปมา ติดอยู่กับแกนหมุน 2-3แกน เมื่อทำการเคลื่อนย้ายตัวเมาส์ ซึ่งตัวลูกบอลจะกดติดอยู่กับลูกกลิ้งโดยแกนของลูกกลิ้งจะต่อเข้ากับจานที่เรียกว่า Encoder ซึ่งบนจานจะมีหน้าสัมผัสเป็นจุดๆ ขึ้นอยู่กับความละเอียดของเมาส์ เมื่อจุดสัมผัสเลื่อนมาตรงแกนสัมผัส (Contact bar) ก็สร้างสัญญาณบอกไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งตัวโปรแกรมควบคุมเมาส์ จะทำหน้าที่แปลเป็นการเคลื่อนที่ของเคอร์เซอร์ (cursor) อีกทีหนึ่ง เมาส์แบบลูกกลิ้งนั้นใช้งานสะดวก เพราะสามารถนำไปใช้ได้ทุกที่แต่ควรมีแผ่นรองเมาส์ ซึ่งอาจเป็นแผ่นยางหรือวัสดุอะไรก็ได้ ที่มีพื้นผิวเรียบ



รูปแสดงตัวอย่าง Mechanical mice และส่วนประกอบภายใน

2. Optical mice
การทำงาน ใช้หลักการในการตรวจจับการเคลื่อนไหวโดยใช้เซนเซอร์แสงที่อยู่ให้เมาส์ ร่วมกับ LED optical mouse ในยุคแรก ๆ ประดิษฐ์โดย Kirsch บริษัท Mouse System Corporation ซึ่งสามารถใช้ได้บน mouse pad ที่มีพื้นผิวเป็นโลหะเฉพาะเท่านั้น แต่เมื่อคอมพิวเตอร์ราคาถูกลง optical mouse จึงได้ใส่ chip สำหรับประมวลผลภาพ (image processing chips) เข้าไปซึ่งสามารถใช้ได้บนพื้นผิวหลายชนิดมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้ mouse pad อีกต่อไป
การทำงานของเมาส์แบบที่ไม่ต้องใช้ mouse pad คือการใช้ sensor ในการตรวจจับการเคลื่อนที่ของพื้นผิวที่เกิดจากการใช้ LED ส่องไปที่พื้นผิว และจะถูกส่งต่อไปที่ส่วนประมวลผลภาพ (image processing part) เพื่อจะแปลงไปเป็นการเคลื่อนไหวบนแกน X และ Y โดยจะประมวลผลถึง 1512 เฟรมต่อวินาที ซึ่งในแต่ละเฟรมมีขนาด 18*18 pixels และแต่ละ pixel มีระดับความเข้มที่แตกต่างกันได้ถึง 64 เฉด เมาส์แบบนี้มักจะสับสนกับ Laser Mouse และกลายเป็นมาตรฐานในปัจจุบันเนื่องจากความแม่นยำที่มีมากกว่าเมาส์แบบลูกกลิ้ง (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี 2549)
ความต้องการใช้งาน ส่วนหนึ่งมาจากนักเล่นเกมแนว FPS ซึ่งต้องการความแม่นยำของเมาส์ในการเล็งโดยใช้เมาส์สูง




รูปแสดงตัวอย่าง Optical mice และส่วนประกอบภายใน


3. Optical-Mechanical Mice
การทำงาน คล้ายกับ Mechanical Mouse เพียงแต่ตัวตรวจรับการเคลื่อนที่ของจาน Encoder นั้นใช้เป็น LED โดยบนจานถูกเจาะรูรอบๆ ในด้านหนึ่งของจานซึ่งมีหน้าที่ให้กำเนิดแสงและอีกฝากหนึ่งของจากก็จะมีทรานซิสเตอร์แสงทำหน้าที่ตรวจรับแสง



รูปแสดงตัวอย่าง Optical-Mechanical mice และส่วนประกอบภายใน

3. Wireless Mice
การทำงาน เป็นเมาส์ไร้สายที่เหมือนกับเมาส์ธรรมดาที่อาจทำงานด้วยกลไกแบบลูกกลิ้งหรือแบบแสงก็ได้แต่ไม่มีสายต่อเท่านั้นเพราะจะใช้การส่งสัญญาณไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านตัวรับอีกทีหนึ่งแทนที่จะผ่านทางสายโดยตรง ลักษณะการทำงานคล้ายกับรีโมตคอนโทรลของโทรทัศน์ ซึ่งการพัฒนาในช่วงแรกมีการใช้เทคนิคอินฟราเรด (Infrared Technology) แต่ต่อมาก็มีการพัฒนาไปใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (Radio Technology) ทั้งนี้เนื่องจากการใช้เทคนิคอินฟราเรดจะมีข้อจำกัดในเรื่องของการส่งรับสัญญาณ เครื่องรับจะต้องอยู่ในแนวทิศทางเดียวกันและห้ามมีอุปกรณ์ใดๆ ขวางแนวการรับ-ส่งของคลื่น สำหรับเมาส์ที่ใช้เทคโนโลยีความถี่คลื่นวิทยุนี้จะไม่มีปัญหาในเรื่องดังกล่าว ทำให้การใช้งานเมาส์มีความสะดวกมากขึ้นและใช้งานได้ในรัศมีความสะดวกมากขึ้น และใช้งานได้ในรัศมีที่กว้างขึ้น เนื่องจากคลื่นวิทยุสามารถทะลุผ่านอุปกรณ์กีดขวางใดๆ ได้ แต่จะต้องมีการติดตั้งเครื่องรับสัญญาณเพิ่มเติมที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อดีของเมาส์ประเภทนี้ คือ สามารถเลื่อนเมาส์ได้ในระยะที่อยู่ห่างจากคอมพิวเตอร์มากขึ้น เนื่องจากไม่มีสายเป็นตัวกำหนดขอบเขตการทำงานอีกต่อไป

ประเภทของเมาส์
1.Cordless
เมาส์ที่ใช้คลื่นวิทยุแทนการใช้สายในการเชื่อมต่อ (computer hope 1998-2006)
2.Foot mouse
แทนที่จะใช้นิ้วมือกด ก็ใช้เท้ากดแทน (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี 2549)
3.Glide point
จะเป็นแผนสี่เหลี่ยมที่วางอยู่หน้าแป้นพิมพ์ สามารถใช้นิ้ววาดเพื่อเลื่อนตำแหน่งของตัวชี้ตำแหน่งบนจอภาพเช่นเดียวกับเมาส์ เหมือนกับ Touch pad (computer hope 1998-2006)

4.IntelliMouse หรือ Wheel mouse
มีล้อหมุนใช้สำหรับเลื่อนได้ เป็นชื่อเรียกเมาส์ของ Microsoft (computer hope 1998-2006)
5.J mouse
ใช้แป้นพิมพ์ J แทนการควบคุมการเลื่อนตำแหน่งโดยมีปุ่มข้างล่างอีก 2 ปุ่มอยู่ใกล้กับแป้น Space bar เพื่อคลิก (click) ซ้าย-ขวา ใช้สำหรับคอมพิวเตอร์แบบพกพา ปัจจุบันไม่ใช้แล้วเนื่องจากไม่สะดวกในการใช้งาน (computer hope 1998-2006)
6.Joy stick
เป็นก้านสำหรับใช้โยกขึ้นลง / ซ้ายขวา เพื่อย้ายตำแหน่งของตัวชี้ตำแหน่งบนจอภาพ มีหลักการทำงานเช่นเดียวกับเมาส์ แต่จะมีแป้นกดเพิ่มเติมมาจำนวนหนึ่งสำหรับสั่งงานพิเศษ นิยมใช้กับการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์หรือควบคุมหุ่นยนต์ (บีคอม [ม.ป.ป.])
รูปตัวอย่าง Joy stick แบบต่าง ๆ


7.Touch pad
แผ่นรองสัมผัส จะเป็นแผนสี่เหลี่ยมที่วางอยู่หน้าแป้นพิมพ์ สามารถใช้นิ้ววาดเพื่อเลื่อนตำแหน่งของตัวชี้ตำแหน่งบนจอภาพเช่นเดียวกับเมาส์ (บีคอม [ม.ป.ป.])



8.Trackball
ลูกกลมควบคุม จะเป็นลูกบอลเล็ก ๆ ซึ่งอาจวางอยู่หน้าจอในเนื้อที่ของแป้นพิมพ์ หรือเป็นอุปกรณ์ต่างหากเช่นเดียวกับเมาส์ เมื่อผู้ใช้หมุนลูกบอลก็จะเป็นการเลื่อนตำแหน่งของตัวชี้ตำแหน่งบนจอภาพ มีหลักการทำงานเช่นเดียวกับเมาส์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตัวชี้อีกแบบหนึ่งที่ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก จะมีลูกบอลยึดติดกับ Socket บนอุปกรณ์ แทนที่เราจะเคลื่อนที่ลูกบอล เราใช้ก็ใช้นิ้วกลิ้งลูกบอลแทน ดังแสดงในรูป ส่วนคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กจะมี Track ball ติดตั้งมาพร้อมกับเครื่องอยู่บนคีย์บอร์ด (บีคอม [ม.ป.ป.])

9.Track Point
แท่งชี้ควบคุม จะเป็นแท่งพลาสติกเล็ก ๆ อยู่ตรงกลางแป้นพิมพ์ บังคับโดยใช้นิ้วหัวแม่มือ เพื่อเลื่อนตำแหน่งของตัวชี้ตำแหน่งบนจอภาพเช่นเดียวกับเมาส์ (บีคอม [ม.ป.ป.])



10.Wheel mouse
เมาส์ที่มีล้อหมุน ใช้สำหรับเลื่อนได้ (computer hope 1998-2006)

 
cursor